modyada

Yada's adventure, feeling and thought.

Wednesday, December 03, 2008

น่าคิด

แม้ว่าพรรคการเมืองทั้งสาม จะถูกยุบพักไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าพันธมิตรชนะหรือแพ้ เพราะว่ามันยังกำกึ่งมาก ๆ แต่ที่แน่ ๆ เราไม่ต้องการระบอบทักษิณ บทความที่ ดร.เจิมศักดิ์เขียนไว้ ได้ให้ข้อคิดหลาย ๆ เรื่อง ลองอ่านกันดู

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยรังสิต


การต่อสู้เคลื่อนไหวของเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ดำเนินมาเป็นระยะเวลานาน จนบัดนี้สถานการณ์การต่อสู้เดินมาถึงจุดวิกฤติล่อแหลมและใกล้จะได้บทสรุปเข้าไปทุกที

ผู้คนสงสัยกันมากว่าพันธมิตรฯ จะแพ้ หรือจะชนะ ?
และสงสัยกันมากกว่านั้นว่าถ้าชนะ จะชนะด้วยอะไร ? ถ้าชนะแล้ว จะเป็นอย่างไร ?

เรื่องพันธมิตรฯ จะชนะอย่างไรนั้น เป็นเรื่องยากที่จะหยั่งรู้ เพราะมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่าง
โดยเฉพาะสถาบันที่มีอำนาจบารมีในสังคมไม่ใช่เฉพาะกองทัพเท่านั้น
แต่ยังรวมไปถึงองค์กรอื่นๆ รวมถึงความร่วมแรงร่วมใจกัน ความกล้าหาญและเสียสละของประชาชนผู้มีใจรักความเป็นธรรมทั้งหลายด้วย

แต่ถ้าสงสัยว่า หากพันธมิตรฯ พ่ายแพ้แล้ว ประเทศชาติจะเป็นอย่างไร เรื่องนี้ น่าจะเป็นประเด็นที่ควรจะได้คิด และต้อง "คิดให้ได้" ก่อนจะสายเกินไป

1) ประชาชนพลเมืองแต่ละคนในฐานะ "ปัจเจกบุคคล" ที่ออกมาชุมนุมร่วมกันนามสมมติว่า
"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" นั้น ก็จะแยกย้ายเดินทางกลับบ้าน บ้านใครบ้านมัน กลับไปทำมาหากินแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวกันตามแต่สถานะและอาชีพของแต่ละคน ไม่ต้องอดตาหลับขับตานอน
ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินทองและเวลาอันมีค่าส่วนตัว เพื่อมาทำภารกิจต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองส่วนรวมอีกต่อไป แต่จะต้องกล้ำกลืนฝืนทนอยู่ในประเทศไทยอย่าง"ผู้อาศัย" ไม่ใช่ "เจ้าของบ้าน" ที่จะสามารถแสดงออกเพื่อดูแลรักษาหรือมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางบ้านเมืองของตนได้อีกต่อไป

2) อำนาจบริหารและนิติบัญญัติของประเทศไทย จะตกอยู่ใต้อำนาจของระบอบทักษิณต่อไป
อย่างเด่นชัดขึ้นและด้วยความเหิมเกริมยิ่งกว่าเดิม การเมืองภายใต้ระบอบทักษิณ
ฝ่ายบริหารจะใช้อำนาจรัฐโดยไม่คำนึงถึงความชอบธรรม ไม่ตระหนักถึงความถูกต้อง แต่จะสนใจเพียงที่มาของการเข้าสู่อำนาจโดยทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนชนะเลือกตั้ง ทุจริตเลือกตั้ง ซื้อเสียงโกงเลือกตั้ง ซื้อตัว ส.ส. ฯลฯ และเมื่อชนะเลือกตั้ง ได้อำนาจรัฐแล้วจะทำอย่างไรกับบ้านเมืองก็อาจกระทำได้ แม้แต่จะใช้อำนาจรัฐไปรับใช้บุคคลคนเดียวกลุ่มเดียวก็กระทำได้ เพราะถือว่าประชาชนได้มอบอำนาจให้ตนอย่างเด็ดขาดผ่านการเลือกตั้ง

3) อำนาจตุลาการของประเทศไทยจะตกอยู่ภาวะอันตราย ถูกระบอบทักษิณกดดัน
พยายามครอบงำและแทรกแซงทุกรูปแบบ โดยอาศัยอำนาจนิติบัญญัติและบริหารที่มีอยู่
เช่น ออกกฎหมายอันมีผลให้อำนาจตุลาการไม่สามารถพิจารณาคดีของทักษิณและพวกได้
หรือออกกฎหมายเพื่อให้คำพิพากษาของศาลมีผลใช้บังคับกับทักษิณและพวกเป็นต้น

ศาลยุติธรรมที่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้พระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
จะไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างอิสระและไม่สามารถให้ความเป็นธรรมแก่ส่วนรวม

4) องค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยจะถูกครอบงำโดยระบอบทักษิณ
ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบผดุงความยุติธรรมในสังคมได้อีกต่อไป
โดยจะไม่สามารถดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับพรรคพวกนักการเมืองในระบอบทักษิณได้เลย
ยิ่งกว่านั้นยังมีแนวโน้มที่จะรับใช้และเป็นเครื่องมือให้กับผู้มีอำนาจรัฐฝ่ายเดียว

พูดให้เห็นภาพง่ายๆ คือ ผู้มีอำนาจในระบอบทักษิณจะยิ่งใหญ่อยู่เหนือกฎหมาย
เหนือการตรวจสอบเมื่อใดที่คนพวกนี้ทำผิดกฎหมาย พวกเขาก็จะกร่างและเกรี้ยวกราดเอากับประชาชนทั่วไปได้ในทำนองว่า "มึงรุ้ไหม กูเป็นใคร" แม้กระทั่งลูกกิ๊กของผู้ยิ่งใหญ่แห่งระบอบทักษิณ
ที่เคยเก็บตัวก็อาจจะออกมาเรียกร้องทวงสิทธิประโยชน์

5) กองทัพและข้าราชการจะถูกแบ่งแยกและยึดครอง คนเก่งคนดีจะไม่ได้รับผลของความดี
เท่ากับคนที่ยอมตนเป็นข้ารับใช้ให้ระบอบทักษิณ แต่ทั้งหมดก็จะต้องให้โอกาสสำหรับคนในวงศ์วานว่านเครือของตระกูลนักการเมืองระบอบทักษิณเสียก่อน โดยไม่ได้เป็นไปตามสามารถในการทำงาน
แต่มุ่งสนองตอบความต้องการของนักการเมืองเป็นใหญ่

6) การเมืองภาคประชาชนจะอ่อนแอ ถูกทำให้แตกสลาย
จนไร้พลังในการเคลื่อนไหวเพื่อต่อรองและตรวจสอบอำนาจรัฐของนักการเมือง
เมื่อระบอบทักษิณกลับมายึดประเทศไทยได้อย่างเบ็ดเสร็จ ก็จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม
และทำลายศัตรูทางการเมืองของตน คือ ทำให้อำนาจส่วนอื่นๆ อ่อนแอที่สุด จนไม่สามารถรวมกันหรือมีพลังเพียงพอที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีกครั้ง

ที่ผ่านมาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นการเคลื่อนไหวของการเมืองภาคประชาชนที่
มีพลังที่สุด โดดเด่นที่สุด และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของการต่อสู้ทางการเมืองด้วยพลังอำนาของ
ภาคประชาชนสมัยใหม่ ประชาชนผู้เข้าร่วมกับพันธมิตรฯ มีทั้งคนต่างจังหวัด คนกรุงเทพฯและชนทุกระดับชั้น ทุกสาขา อาชีพ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงโดยที่ทุกคนมีจุดร่วมกัน ตรงที่เป็นผู้ที่มีความตื่นตัวสนใจติดตามข่าวสารบ้านเมือง มีความรู้ เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ดีกว่าคนทั่วไป คนเหล่านี้ นอกจากจะยอมสละเวลามาร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ แล้วยังสละเงินทองบริจาคให้กับการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯอีกด้วย
การต่อสู้อย่างต่อเนื่องของพันธมิตร ที่ผ่านมาได้ใช้เงินและทรัพยากรส่วนตัวของประชาชนไป
เป็นจำนวนมากแล้ว เมื่อสละเงิน สละแรง ด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ถึงเพียงนี้ หากต้องพ่ายแพ้
แก่ระบอบทักษิณในครั้งนี้ คงต้องใช้เวลาอีกนานหรืออาจจะไม่มีกำลังที่จะสนับสนุนการต่อสู้อย่าง
เต็มที่ได้เหมือนครั้งนี้อีกแล้ว
นอกจากนี้ ระบอบทักษิณย่อมจะได้บทเรียนว่า ในการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯนั้น ที่สามารถ
ขยายแนวร่วมและควบคุมทิศทางการต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นนี้ ก็เนื่องจากได้มีการใช้สื่อ
สมัยใหม่เข้ามาเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี วิทยุชุมชนบางส่วน
และสื่ออินเทอร์เน็ต ดังนั้นอำนาจรัฐภายใต้ระบอบทักษิณก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายอาวุธทาง
ปัญญาของประชาชน ปิดกั้นสื่อทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นเอเอสทีวี และวิทยุชุมชนที่มีความเห็นต่าง
จากตนเพื่อมิให้ประชาชนสามารถใช้สื่อสมัยใหม่เปิดโปงข้อมูลด้านลบที่เป็นความเลวร้ายของผู้มี
อำนาจรัฐได้อีกต่อไป

หากพันธมิตรฯ พ่ายแพ้ เราอาจจะไม่ได้เห็น "มือตบ" หรือแม้แต่ "ตีนตบ" ทั้งนี้ เพื่อมิให้
ประชาชนมีความรู้สึกว่าตนเองสามารถใช้สองมือ-สองเท้า ต่อสู้กับอำนาจรัฐที่ไม่ชอบธรรมได้อีกต่อไป

7) การต่อสู้อย่างสันติอหิงสา จะถูกมองว่าด้อยค่า
ที่ผ่านมา พันธมิตรฯ ได้ต่อสู้อย่างสันติ อหิงสา และควบคุมประชาชนเรือนหมื่นเรือนแสนให้อยู่ใน
ความสงบ ไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามที่ใช้ความรุนแรงยั่วยุ ทำร้ายร่างกาย และเข่นฆ่าเอาชีวิตเลือดเนื้อมาโดยตลอด แม้จะมีความแค้น ความเจ็บปวดรวดร้าว จากการที่พี่น้องพันธมิตรฯ ถูกทำร้าย ถูกฆ่าตายไปต่อหน้า แต่ประชาชนก็ยังครองสติ และยึดมั่นในสันติอหิงสาต่อไป สะกดจิตใจมิให้ใช้ความรุนแรงแก้แค้น หรือเอาคืนแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

หากใช้วิธีสันติอหิงสาแล้ว ไม่สามารถทำให้นักการเมืองที่ชั่วร้ายเกิดความสำนึกและแสดงความ
รับผิดชอบได้ สังคมไทยย่อมจะมองวิธีการต่อสู้แบบสันติอหิงสาเห็นเป็นเพียงกิจกรรมที่ไร้ผลบังคับ ไร้ประสิทธิภาพ ดังนั้นหากประชาชนลุกขึ้นสู้ในครั้งหน้าวิธีการสันติอหิงสาก็อาจจะถูกปฏิเสธ
ประชาชนจะหันไปหาวิธีการอื่นที่ตนคิดว่าได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมรวดเร็วกว่า เช่น การใช้กำลังความรุนแรง การลอบสังหาร ฯลฯ เป็นต้น

8) ชาวรากหญ้า โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคเหนือก็จะยังถูกปฏิบัติเสมือนเป็นแค่เครื่องมือ
เข้าสู่อำนาจรัฐของนักการเมืองดังเดิมต่อไป กล่าวคือ ไม่ได้ปฏิบัติเหมือนดั่งเป็นเจ้าของประเทศ
เจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง อย่างสมศักดิ์ ศรีความเป็นมนุษย์ แต่จะถูกนักการเมืองใช้เงินภาษีอากรล่อซื้อ ล่อหลอก และมอมเมาด้วยนโยบาย อบายมุข เอาหน้าประชานิยม เพียงเพื่อเอาใจในยามที่ต้องการคะแนนเสียง

ระบอบทักษิณจะไม่มีทางปลดปล่อยช่วยเหลือให้ประชาชนได้สามารถพึ่งตนเองได้
ยืนหยัดด้วยตนเองอย่างเข้มแข็ง มีสติปัญญารู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง หรือมีการรวมกลุ่มระหว่างชาวบ้านด้วยกันเองเพื่อเสริมสร้างอำนาจต่อรองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันแต่นักการเมืองระบอบทักษิณจะใช้วิธีเลี้ยงไข้เพื่อให้ชาวบ้านยังคงตกอยู่ในระบบอุปถัมภ์โดยนักการเมืองต่อไป เพื่อรักษาไว้ซึ่งฐานอำนาจอันเป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวของนักการเมืองต่อไปดังเดิม

8) ระบบเศรษฐกิจไทยจะถูกบ่อนทำลายความสามารถในการแข่งขัน การกระจายรายได้เลวลง
การแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรมจะถูกทำลายลงด้วยระบบวิ่งเต้นเส้นสายแบ่งปันผลประโยชน์
และแสวงหากำไรส่วนเกินมาแบ่งปันกันของคนในเครือข่ายระบอบทักษิณ
การเอารัดเอาเปรียบและการขูดรีดทางเศรษฐกิจจะยังคงมีต่อไปอย่างรุนแรงมากขึ้น
นักธุรกิจที่มีเส้นสายจะได้รับยกเว้นภาษี สนับสนุนให้มีกำไรพิเศษ แต่นักธุรกิจที่ทำงานด้วยความ
สามารถจะถูกกีดกันออกไปจากเวทีการแข่งขันด้วยการเลือกปฏิบัติ
คนรวยจะมีเพียงไม่กี่ตระกูลส่วนที่เหลือจะถูกดูดซับผลประโยชน์อันพึงพึงได้ผ่านกลไกการผูกขาด
และการทำธุรกิจแบบอภิสิทธิ์ชนของคนไม่กี่ตระกูลในขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศยังคงยากจน
และต้องพึ่งพาความเอื้ออาทรจากผู้มีอำนาจตระกูลชินฯ ต่อไป

9) ระบบการเมืองไทยจะกลายเป็นประชาธิปไตยของคนไม่กี่ตระกูล ที่มีการสืบทอดตำแหน่งทาง การเมืองที่สำคัญๆ ในวงศ์วานว่านเครือของตนเองเท่านั้น ผู้นำประเทศจะต้องเป็นคนในเครือตระกูลชินวัตร
ไม่ต่างจากบริษัทส่วนตัวที่สามารถเลือกตั้งใครในตระกูลของตนเองมาครองตำแหน่งผู้บริหารก็ได้
โดยไม่สนใจว่า จะมีคุณสมบัติความรู้ความสามารถ ความเหมาะสมหรือไม่
เพราะการรักษาผลประโยชน์ของตระกูลจะสำคัญกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติส่วนรวม

10) สถาบันเบื้องสูงจะถูกแปลงให้เป็นเพียงสัญลักษณ์เพื่อกีดกันมิให้มีบทบาทสำคัญในสังคมได้อีกต่อไป เพื่อลดทอนบารมี ในขณะเดียวกัน ก็จะสร้างภาพสร้างกระแสเพื่อยกระดับนักการเมือง
ในตระกูลผู้นำระบอบทักษิณให้ขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกันหรือทดแทนสถาบัน
ก่อนวันที่ 5 ธันวาคม ถ้าสังคมไทยทุกภาคส่วนยังนิ่งดูดายนิ่งนอนใจ ปล่อยให้กบฏผีบุญแห่งกรุงชินฯ เหิมเกริมกลับมามีอำนาจ สถาปนาความสามานย์เข้าครอบงำประเทศไทย เชื่อได้ว่า
เราทุกคนจะไม่ได้อยู่ในแผ่นดินที่คุ้นเคยอีกต่อไป

ทั้งหมดนี้ คงจะได้เห็นกันแน่ๆ หากพันธมิตรฯ เป็นฝ่ายพ่ายแพ้แก่ระบอบทักษิณ!

ความพ่ายแพ้ของพันธมิตรฯ จึงหมายถึงการพ่ายแพ้ของประเทศไทยด้วยเช่นกัน

เพราะฉะนั้น พันธมิตรฯ จึงแพ้ไม่ได้ เพราะประเทศไทยแพ้ไม่ได้ !

ถึงเวลาคนไทย ทั้งในเครือข่ายพันธมิตร และนอกเครือข่ายพันธมิตรต้องออกมาร่วมกันต่อสู้กับ
ระบอบทักษิณ !


0 Comments:

Post a Comment

<< Home